ระบบเทรด Forex ที่เหล่ากูรูทำการโฆษณา ว่าสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว แต่เคยสงสัยไหม ถ้าระบบนั้นใช้ได้ดีกับทุกคน ป่านนี้คงจะได้เห็นเทรดเดอร์รวย ๆ เต็มไปหมด แต่ทำไมกลับพบว่า มีเพียงผู้สอนเท่านั้นที่รวย ไม่ใช่กูรูเหล่านั้นมีระบบไม่ดี หรือหลอกขายระบบหรอกนะ แต่อาจจะเป็นเพราะเทรดเดอร์ไม่เข้าใจหรือระบบไม่เหมาะก็เป็นได้ บทความนี้จะพาเทรดเดอร์พัฒนาระบบเทรดด้วยตัวเอง เพื่อที่จะสามารถสร้างระบบได้ ใช้ระบบเป็น เห็นระบบที่เหมาะสมกับตัวเอง

ระบบเทรด Forex ที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องมี หลายคนใช้วิธีเรียนรู้จากระบบของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบฟรีหรือเสียเงินในการเรียนรู้มา และแล้วก็ต้องเจอกับเรื่องที่ประหลาด เพราะเมื่อนำระบบที่ซื้อหรือไปเรียนมาใช้เทรดจริง ทำให้ไม่สามารถทำกำไรได้เหมือนกับเจ้าของระบบหรือตามที่รีวิวไว้

อาจจะเป็นเพราะระบบเทรด Forex นั้นไม่สามารถใช้งานได้จริง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือโดนหลอกขาย หรือเป็นเพราะเทรดเดอร์ที่ไม่เข้าใจเอง โดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในตลาดมากนัก แต่พยายามค้นหาระบบเทรดเทพ ๆ หวังที่จะรวยง่าย ๆ ในชั่วข้ามคืน

แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง เพราะการที่จะเทรดให้มีประสิทธิภาพ จะต้องใช้ระบบเทรด Forex ที่เหมาะสมกับตัวเทรดเดอร์ ด้วยจริตหรือนิสัยใจคอของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การตัดสินใจในการเทรดก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การที่จะนำระบบของคนอื่นมาใช้ ก็ใช่ว่าระบบนั้นจะเหมาะกับนิสัยของเทรดเดอร์ แต่ดีกว่าไหมถ้าสามารถสร้างระบบของตัวเองได้ ตามแนวทางง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

ระบบเทรด Forex ที่เหมาะสม กับเทรดเดอร์

1. เช็คเวลาในการดูกราฟ สิ่งแรกที่จะสะท้อนว่าระบบเทรดควรจะเป็นระบบเทรดสั้น กลาง หรือยาว นั่นก็คือ เวลาที่เทรดเดอร์สามารถดูกราฟได้ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเมื่อทำการเปิดออเดอร์ แล้วมีงานด่วนไม่สามารถดูกราฟได้ อย่างน้อยจะต้องสามารถดูกราฟได้สองครั้งต่อแท่ง หมายถึงว่าถ้าเทรดเดอร์เทรดไทม์เฟรมชั่วโมง อย่างน้อยในหนึ่งชั่วโมงจะต้องสามารถดูกราฟได้ 2 ครั้ง หรือถ้าเทรดในไทม์เฟรมเดย์ อย่างน้อยในหนึ่งวัน จะต้องดูกราฟได้ 2 ครั้งเช่นเดียวกัน

2. เช็คเป้าหมายและความคาดหวัง เมื่อสามารถเลือกไทม์เฟรมที่เหมาะสมกับการเทรดได้แล้ว ก็ต้องมาดูระยะของการวิ่ง หรือจุดที่หวังผลทำกำไรในไทม์เฟรมนั้น ๆ โดยอ้างอิงค์ตามสถิติของไทม์เฟรมว่า จะสามารถทำกำไรได้ครั้งละประมาณกี่ pips และจะต้องไม่คาดหวังมากเกินไปหรือน้อยเกินไป

3. หาเครื่องมือที่เหมาะสม เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมในการเทรด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ชอบหรือคุ้นเคย จะต้องดูการใช้งานด้วยว่า เหมาะสมกับไทม์เฟรมนั้น ๆ หรือไม่ และไม่จำเป็นจะต้องใช้ทุกอย่างที่เคยเรียนรู้มา ใช้เพียงแค่สิ่งที่เทรดเดอร์ถนัดและเข้าใจเท่านั้น

4. วางแผนระบบเทรด วางแผนด้วยการเขียนให้ชัดว่า จะเข้า Buy หรือ Sell บริเวณไหน ด้วยเหตุผลหรือเครื่องมืออะไร แล้วจะยอมแพ้ตรงไหน ความเสี่ยงเท่าไรที่สามารถยอมรับได้ เขียนออกมาด้วยเงื่อนไขของเครื่องมือ เวลา หรือเหตุผลใด ๆ ที่เทรดเดอร์เห็นว่าเหมาะสม

5. ทดสอบระบบ ทุกครั้งในการทดสอบเครื่องมือใหม่ ๆ ควรที่จะมีการเทสระบบด้วยบัญชีเดโม ให้สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเสียก่อน เพื่อเป็นการฝึกวินัยก่อนลงใช้สนามหรือเงินทุนจริง ๆ

6. เรียนรู้ปรับปรุงและแก้ไข ทุกครั้งที่ผิดพลาดนั่นคือโอกาสในการเรียนรู้ แม้ว่าระบบหรือแผนการเทรดวางไว้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ได้ผลราบรื่นได้อย่างที่คิด ดังนั้นให้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเยอะ ๆ และแก้ไขไปทีละจุด และไม่นานจะได้ระบบเทรดที่เสถียร

7. เริ่มเทรดด้วยเงินจริง บัญชีเดโมทำกำไรได้แล้ว มาฝึกใจต่อด้วยเงินเทรดจริง แนะนำว่าไม่ควรใช้เงินจำนวนมาก เพราะถ้าระบบดีจริง เงินก้อนเล็ก ๆ นี่แหละที่จะพัฒนาให้เป็นเงินก้อนโตได้

8. บันทึกผลในทุกครั้ง สิ่งที่จะบอกได้ถึงความมีประสิทธิภาพของระบบเทรด และเป็นประโยชน์มากในหลาย ๆ มิติ นั่นก็คือผลจากการบันทึกการเทรด ข้อมูลจะสามารถบอกได้มากกว่านั่งคิดเอาเอง และจะทำให้เห็นข้อดีและข้อด้อยในหลาย ๆ ด้าน ทำให้สามารถปรับปรุงแก้ไขได้เป็นอย่างดี

เทรดเดอร์คนหนึ่งใช้ระบบเทรด Forex ที่ซื้อมา และไม่สามารถทำกำไรได้ตามที่ผู้ขายโฆษณาไว้ จึงได้ทำการคิดหรือออกแบบระบบเอง โดยระบบนี้เป็นเพียงระบบพื้นฐานและมีความเรียบง่าย แต่ได้ผ่านการทดสอบและเข้าใจในระบบอย่างถ่องแท้แล้ว จะเห็นได้ว่าสิ่งที่แตกต่างนั่นก็คือ สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ไม่เครียดหรือกังวลเกินไป และที่สำคัญสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

นี่ไม่ใช่ระบบที่เทรดตาม ๆ กัน แต่เป็นระบบเทรด Forex ที่ได้ออกแบบมาจากพื้นฐาน ที่เหมาะสมกับผู้เทรด จึงทำให้เทรดเดอร์สามารถรอได้ เข้าใจระบบ และแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าโอกาสทำกำไรจะมีมากยิ่งขึ้นแน่นอน เพราะการเทรดไม่จำเป็นต้องใช้ระบบที่หวือหวา แต่ต้องใช้ระบบที่เทรดเดอร์รู้จัก และเข้าใจมันจริง ๆ จึงจะสามารถใช้ได้ผลดีกว่าทุก ๆ ระบบ