เหนือกว่าตลาดด้วยจิตวิทยาการเทรด โดยเข้าความคุมระบบหลักของการตัดสินใจ ด้วยการเริ่มต้นที่ความคิดและมุมมองที่ถูกต้อง ที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการเทรดระยะยาว และไม่ให้ปัจจัยภายนอกใด ๆ ที่จะทำให้การเทรด ไม่เป็นไปตามแผน เพียงมีสิ่งนี้ก็จะสามารถชนะตลาดได้เกินกว่าครึ่งแน่นอน

จิตวิทยาการเทรด คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เทรดเดอร์ชนะตลาด ถ้าเปรียบการเทรดเสมือนการออกรบ จิตวิทยาในการเทรดที่ดีนั้น เสมือนผู้วางแผนและสั่งการกลยุทธ์ในการรบที่เยี่ยมยอด Money Management คือแผนในการเอาตัวรอดหรือทางหนี และเทคนิคการเทรดคือการรบของทหาร

เมื่อการรบไม่มีกลยุทธ์ที่ดี หรือไม่มีจิตวิทยาการเทรดที่ดี ก็ไม่ต่างจากการส่งกองกำลังให้ไปตาย และต่อให้ทหารในกองทัพ ไม่ได้มีฝีมือที่เก่งกาจ แต่ก็อาจจะชนะได้ด้วยกลยุทธ์ในการรบ ที่จะสามารถชิงความได้เปรียบในสนามรบ เป็นต้น

จิตวิทยาการเทรดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด แต่มักจะถูกมองข้ามมากที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่เป็นเรื่องของความเชื่อและการควบคุมระบบหลัก นั่นก็คือความคิดหรือจิตใจ ที่จะส่งผลเป็นอย่างมากต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

จิตวิทยาการเทรดที่ดี จะต้องเริ่มต้นที่ความคิดที่ถูกต้อง เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จทุกคน มักจะมีแนวคิดที่คล้าย ๆ กัน และแนวความคิดเหล่านี้ ที่จะเป็นตัวตอบสนองต่อสถานการณ์ในตลาด ทำให้ตัดสินใจถูกและเลือกใช้วิธีที่ถูกต้อง ตัวอย่างแนวคิดที่ควรนำมาใช้ มีดังนี้

จิตวิทยาการเทรดที่ดี มีอะไรบ้าง

1. ตัดสินใจที่จะอยู่ในตลาดในระยะยาว ถ้าพูดถึงการเทรดเป็นอาชีพ คงไม่มีใครที่อยากอยู่ในตลาดในระยะสั้น ๆ แต่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักลืมเรื่องนี้ เริ่มแรกมักจะคาดหวังผลกำไรอย่างรวดเร็ว หวังว่าจะรวยได้เพียงชั่วข้ามคืน จึงส่งผลให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้าเทรดเดอร์ตัดสินใจว่าจะอยู่ในตลาดระยะยาว แน่นอนว่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าเทรด เมื่อมีความคิดที่ถูกต้องก็จะไม่เร่งรีบในการเทรด เช่น สัญญาเทรดไม่ครบไม่เทรด เสียแล้วไม่รีบที่จะเอาคืน เย็นให้พอรอให้ได้ เป็นต้น

2. วางแผนความเสี่ยงล่วงหน้า ให้อยู่ในจุดที่รับได้ เพราะถ้าเกิดเทรดเกินกว่าความเสี่ยงที่รับได้เมื่อไหร่ เป็นสิ่งที่ง่ายมากที่จะเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะความกระวนกระวายที่จะต้องคอยลุ้นกราฟตลอดเวลา และอาจจะส่งผลให้ลงมือทำบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากแผน นับว่าเป็นสิ่งผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ

3. แพ้ให้เป็น เมื่อเสียให้ตลาดอยากได้คืนทันที อยากให้เงินทุนที่มีมากกว่าเดิม หรืออย่างน้อยมีอยู่เท่าเดิม สิ่งนี้จะส่งผลอย่างมากต่อความกลัว และจะทำให้เทรดเดอร์จัดสินใจที่จะเข้าเทรดเพราะหวังที่จะเอาทุนกลับคืน จึงเข้าเทรดโดยที่ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน และจะส่งผลให้มีความผิดพลาดตามมา อาจจะเสียเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก แต่ถ้าเทรดเดอร์แพ้เป็น จะเข้าใจว่าความพ่ายแพ้เป็นส่วนหนึ่งของการเทรด วันนี้แพ้วันหน้าอาจจะชนะก็ได้ แค่รอเวลาและทำทุกอย่างตามแผน

4. ชนะให้เป็น เมื่อมีกำไรและทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ถึงเวลาก็ควรที่จะหยุด ไม่ใช่ว่าวันนี้ได้กำไร จึงมีความมั่นใจที่มากเกินไป ว่าจะสามารถทำกำไรได้เพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่ออยากได้เพิ่มอีกแน่นอนว่า ความโลภได้เข้าครอบงำจึงทำให้อยากเข้าเทรดอีก ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก สิ่งนี้จะทำให้วินัยที่สั่งสมมาพัง และกำไรที่เพิ่งได้เข้ามาในพอร์ต อาจจะต้องสูญเสียกลับคืนให้กับตลาด เพียงเพราะไม่ทำตามแผนที่วางไว้ ดังนั้นเมื่อได้ตามแผน ให้หยุด

5. มองในมุมความน่าจะเป็น สิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งนั่นก็คือ เทรดเดอร์มักจะมองเรื่องของการเทรด ทฤษฎีการเทรดต่าง ๆ เป็นความเชื่อที่ไม่สามารถอธิบายได้ ดังนั้น ถ้าหากว่าปรับมุมมองใหม่ โดยใช้หลักของความน่าจะเป็น จะทำให้เห็นมุมมองใหม่ ๆ โดยใช้คำถามกับตัวเองว่า ความน่าจะเป็นของกราฟในขณะนี้ มีทิศทางเป็นแบบไหนนะ จะทำให้เทรดเดอร์เห็นความน่าจะเป็นในหลาย ๆ ทิศทาง และเลือกทิศทางที่มีโอกาสที่มีความเป็นไปได้มากกว่า

ความสำเร็จทุกอย่างบนโลกนี้ เริ่มต้นที่ความคิด จิตวิทยาการเทรดก็คือระบบหลัก ที่จะใช้ควบคุมความคิด อารมณ์และความรู้สึก ถ้าจะอธิบายง่าย ๆ ก็คือ การจัดการความคิดของตัวเอง เพราะถ้ามีความเห็นที่ผิด แน่นอนว่าก็จะส่งผลให้การกระทำผิดตามไปด้วย และเมื่อมีปัจจัยกระตุ้นก็จะไม่สามารถจัดการได้ แต่ถ้ามีความเห็นที่ถูก การกระทำที่ถูกต้องย่อมตามมา

จิตวิทยาการเทรดที่ดี เริ่มต้นที่การมีความคิดที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถควบคุมอารมณ์และความรู้สึก ให้ตอบสนองได้อย่างถูกต้อง ไม่ถูกอารมณ์ความโลภและความกลัว ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เทรดเดอร์ล้มเหลว ได้ทำลายแผนการเทรด และได้ดำเนินการเทรดตามแผนได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อทำตามแผนได้สมบูรณ์ ความสำเร็จในการเทรด ก็จะอยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน