ตารางเวลา Forex ช่วงเวลาที่น่าเทรด

รู้หรือไม่ นอกจากการดูตารางเวลา Forex เพื่อดูเวลาเปิดหรือเวลาปิดของแต่ละตลาดแล้ว ยังสามารถบอกได้ถึงมุมมองของเทรดเดอร์ในประเทศนั้น ๆ ที่สะท้อนมาพร้อม ๆ กับการเปิดตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว และบทความนี้ จะพาเทรดเดอร์มือใหม่เจาะลึกถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อค่าเงินในตลาด ไม่ใช่เพียงแค่เวลาเปิดปิดเท่านั้น ถ้าอยากรู้คำตอบแล้ว ตามมาเลย

ตารางเวลา Forex ถ้าเปิดตารางกันจริง ๆ ก็จะมีคู่สกุลเงินที่ให้เลือกเทรดมากมาย แต่ถ้าเทรดเดอร์มือใหม่ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ยังน้อย แนะนำว่าให้เลือกเทรดเฉพาะบางคู่เงินเท่านั้น เพราะการเคลื่อนที่ของกราฟแต่ละคู่เงิน จะมีนิสัยหรือพฤติกรรมที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าเทรดเดอร์เลือกเทรดเฉพาะบางคู่ อยู่ในช่วงตารางเวลา Forex และคู่เงินนั้น ๆ จะมีนิสัยหรือพฤติกรรมที่เทรดเดอร์คุ้นเคย ก็เป็นไปได้ว่าจะเข้าใจการเคลื่อนที่ และหาจังหวะในการเทรดได้ดีกว่าการเทรดไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่สนปัจจัยอื่น ๆ เลย

ตารางเวลา Forex เลือกเทรดคู่สกุลเงินไหนดี

ตารางเวลา Forex เลือกเทรดคู่สกุลเงินไหนดี

นอกจากเลือกเทรดคู่สกุลเงินตามช่วงตารางเวลา Forex ตลาดหุ้น ข่าว ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก็จะส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของราคาเช่นเดียวกัน ดังนั้น ลองมาทำความเข้าใจแต่ละคู่สกุลเงิน พร้อมทั้งแนวทางการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานไปพร้อม ๆ กัน ดังนี้

1. คู่เงิน EUR/USD

– ช่วงเวลาที่ควรเทรด ตั้งแต่ 19.00 น. – 22.59 น.

– ข่าวที่ควรติดตาม ตัวเลขทางเศรษฐกิจและการแถลงนโยบายต่าง ๆ ที่มีผลต่อคู่สกุลเงินทั้ง EUR และ USD

– ดัชนีที่สำคัญของสหภาพยุโรป EURO STOXX 50

– ดัชนีที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา Dow 30 / Nasdaq 100 / S&P 500

2. คู่เงิน GBP/USD

– ช่วงเวลาที่ควรเทรด ตั้งแต่ 19.00 น. – 22.59 น.

– ข่าวที่ควรติดตาม ตัวเลขทางเศรษฐกิจและการแถลงนโยบายต่าง ๆ ที่มีผลต่อคู่สกุลเงินทั้ง GBP และ USD

– ดัชนีที่สำคัญของสหราชอาณาจักร FTSE 100

– ดัชนีที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา Dow 30 / Nasdaq 100 / S&P 500

– คู่สกุลเงินที่จับคู่กับ GBP จะวิ่งค่อนข้างแรงกว่าคู่สกุลเงินอื่น ๆ เทรดเดอร์มือใหม่ควรให้ความระมัดระวัง ส่วนเทรดเดอร์ที่ชอบความเร้าใจ อย่าลืมการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

3. คู่เงิน USD/JPY

– คู่สกุลเงินนี้ แม้ว่าจะไม่มีช่วงเวลาในการทับซ้อน แต่ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญของมุมมองของตลาดในแต่ละฝั่ง ในส่วนของ USD ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 03.59 น. และในส่วนของ JPY 06.00 น. – 14.59 น.

– ข่าวที่ควรติดตาม ตัวเลขทางเศรษฐกิจและการแถลงนโยบายต่าง ๆ ที่มีผลต่อคู่สกุลเงินทั้ง USD และ JPY

– ดัชนีที่สำคัญญี่ปุ่น Nikkei 225

– ดัชนีที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา Dow 30 / Nasdaq 100 / S&P 500

– เหมาะกับเทรดเดอร์ที่สามารถดูกราฟได้ในช่วงเวลาเช้าไปจนถึงบ่าย

4. คู่เงิน AUD/USD

– คู่สกุลเงินนี้ แม้จะไม่มีช่วงเวลาที่ทับซ้อนของตลาดเช่นเดียวกับ USD/JPY แต่ก็จำเป็นที่จะให้ความสำคัญต่อมุมมองตลาดของแต่ละคู่สกุลเงินเช่นเดียวกัน โดยช่วงเวลาที่ฝั่งของ USD ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 03.59 น. และในฝั่งของ 05.00 น. – 12.59 น.

– ข่าวที่ควรติดตาม ตัวเลขทางเศรษฐกิจและการแถลงนโยบายต่าง ๆ ที่มีผลต่อคู่สกุลเงินทั้ง USD และ AUD

– ดัชนีที่สำคัญของออสเตรเลีย S&P/ASX 200

– ดัชนีที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา Dow 30 / Nasdaq 100 / S&P 500

– สามารถเลือกดูภาพรวมของตลาด หรือข่าวได้ทีละฝั่ง โดยให้ความสำคัญกับช่วงเวลาของแต่ละฝั่ง เพราะช่วงเวลานั้นแสดงให้เห็นถึงตลาดอีกฝั่งที่มีการซื้อขายอย่างหนัก

นี่คือตัวอย่างการวางแผนและการเลือกคู่สกุลเงินในการเทรด โดยเริ่มต้นจากเลือกคู่สกุลเงินจากตารางเวลา Forex ว่ามีช่วงเวลาไหนบ้างที่น่าเทรด และในช่วงเวลานั้นมีข่าวหรือตัวเลขทางเศรษฐกิจอะไรบ้าง และภาพรวมในตลาดหุ้นหรือดัชนีเป็นอย่างไร

ในคู่สกุลเงินที่มีช่วงเวลาทับซ้อนตามตารางเวลา Forex ก็อาจจะส่งผลให้มีความผันผวนเป็นอย่างสูง หรือคู่สกุลเงินที่ไม่มีการทับซ้อนกันตามช่วงเวลา ในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะมีสภาพคล่องกว่าในช่วงที่ตลาดยังไม่เปิด และการดูภาพรวมจากดัชนี จะทำให้เห็นมุมมองของนักลงทุนในประเทศนั้น ๆ ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับข่าว หรือสภาวะตลาดในปัจจุบัน

การเคลื่อนไหวของดัชนีต่าง ๆ บ่อยครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ปกติของกราฟ นั่นแสดงว่าอาจจะมีข่าวหรือเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น โดยที่ยังไม่มีรายงานข่าวออกมาตามสื่อ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เทรดเดอร์ เทรดด้วยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เมื่อเกิดความไม่ปกติก็ควรหลีกเลี่ยง หรืออีกนัยหนึ่งดัชนีเหล่านั้น ชี้ให้เห็นสภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แน่นอนว่าจะส่งผลต่อการแข็งค่าของค่าเงินนั่นเอง

ตารางเวลา Forex ไม่ได้มีผลต่อการเคลื่อนของค่าเงินเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่บอกถึงมุมมอง หรือการทำงานของนักลงทุนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ว่าช่วงเวลาไหนนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ฝั่งใด ที่จะมีการซื้อขายสินทรัพย์ สิ่งนี้ทำให้เทรดเดอร์รายย่อยอย่างเรา จะมองข้ามไม่ได้ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ต่อมุมมองของนักลงทุนของแต่ละตลาด เพื่อที่จะหาโอกาสและจังหวะในการเข้าให้ถูกที่ และถูกเวลา จะช่วยลดความผิดพลาดของการเทรดได้มากยิ่งขึ้น