เคยสงสัยไหม Gap analysis คืออะไร จะสามารถจะใช้ประโยชน์นี้ได้อย่างไร การใช้ Gap เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบอกแนวโน้มของราคาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพื่อที่จะสามารถหาจังหวะในการทำกำไร และ Gap เกิดขึ้นได้อย่างไร มาทำความเข้าใจ Gap ในแต่ละแบบ และสาเหตุของการเกิดไปพร้อม ๆ กันเลย

Gap analysis คืออะไร วิธีการการรับมือ

Gap analysis ถ้าแปลตรงตัวก็คือ การวิเคราะห์ช่องว่างของราคา หรือที่กราฟมีช่องว่าง ราคาเปิดไม่เกิดต่อจากราคาปิดของแท่งเทียนอย่างที่เคยเป็น แต่จู่ ๆ กระโดดขึ้นไปเปิดสูงกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า หรือเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า โดยทิ้งช่องว่างของราคาไว้ให้เห็นบ่อย ๆ

Gap Analysis คือสิ่งที่อาจจะสร้างความประหลาดใจกับเทรดเดอร์หรือนักลงทุนได้บ่อย ๆ Gap มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ เมื่อมีข่าวดีหรือข่าวร้าย ที่ส่งผลกระทบต่อกราฟเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ในช่วงวันเสาร์หรืออาทิตย์แน่นอนว่าตลาด Forex ปิด

แต่จู่ ๆ มีการประกาศจากบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีผลต่อคู่เงินนั้น และแน่นอนว่าวันจันทร์เมื่อตลาดเปิด แท่งเทียนก็อาจจะมีราคาเปิดสูงหรือต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า ทิ้งช่องว่างไว้เป็น Gap เพราะข่าวหรือเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นนั่นเอง ที่ส่งผลต่อมุมมอง และทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา

Gap สามารถแบ่งออกได้ 2 รูปแบบคือ

Gap up เกิดจากข่าวดี เมื่อตลาดเปิดมาอีกครั้งกราฟจึงกระโดดขึ้นไป เพราะเทรดเดอร์หรือนักลงทุนคาดการณ์ราคาจะต้องขึ้น และจึงรีบทำการเข้าซื้อเพื่อไม่อยากพลาดโอกาสจากข่าวดีนั้นที่เป็น และเป็นสัญญาณแนวโน้มขาขึ้น

Gap down เกิดจากข่าวร้ายเมื่อตลาดเปิดมาอีกครั้งกราฟจึงกระโดดลงไป เพราะเทรดเดอร์หรือนักลงทุนคาดการณ์ว่า ราคาจะต้องลง และจึงรีบทำการเข้าขายเพื่อไม่อยากพลาดโอกาสจากข่าวที่ออกมา และเป็นสัญญาณแนวโน้มขาลง

การวิเคราะห์ Gap analysis อัพเดททันท่วงที

Gap Analysis คือการวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการเทรดจาก Gap  แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ

1. Common Gap หรือ Area Gap เป็น Gap ปกติพบได้บ่อยมาก โดย Gap ลักษณะนี้กราฟจะย้อนลงมาปิดในไม่ช้า มักจะเกิดในช่วงที่ราคาแกว่งตัวในกรอบ แสดงให้เห็นว่าไม่ค่อยได้รับความสนใจจากเทรดเดอร์หรือนักลงทุนมากเท่าไรนัก

2. Breakaway Gap เป็น Gap เริ่มต้นแนวโน้ม เกิดขึ้นพร้อมกับทำเบรคเอ้าท์ออกจากกรอบราคา และจะเคลื่อนไหวตามทิศทางที่เบรคเอ้าท์ การเบรคเอ้าท์ทะลุกรอบบนนั่นแสดงว่า มีแรงซื้อที่รุนแรงมาก และถ้าเบรคเอ้าท์ทะลุกรอบล่าง นั่นแสดงว่ามีแรงขายที่รุนแรงนั่นเอง

3. Continuation Gap หรือ Runaway Gap เป็น Gap ที่เกิดขึ้นระหว่างแนวโน้ม ถ้าเป็นแนวโน้มขาขึ้น นั่นแสดงว่าแนวโน้มยังมีแรงซื้อที่หนาแน่น และถ้าเป็นแนวโน้มขาลงนั่นแสดงว่า แนวโน้มยังมีแรงขายที่หนาแน่นนั่นเอง

4. Exhaustion Gap เป็น Gap จบแนวโน้มเมื่อราคาได้วิ่งตามแนวโน้มมาสักพัก จากนั้นเกิดแรงซื้อหรือแรงขายอย่างรุนแรง ถือเป็นการซื้อขายรอบสุดท้ายเข้ามา ดันราคาให้กระโดดเป็น Gap จากนั้นจึงเกิดการเปลี่ยนแนวโน้มในที่สุด

Gap ที่เกิดขึ้น ความจริงแล้วเกิดขึ้นได้ด้วยหลายสาเหตุ แต่สิ่งที่เหมือน ๆ กันนั่นก็คือ ปริมาณซื้อขายที่มากกว่าปกติ เพราะสิ่งนี้เองที่จะสามารถขยับกราฟอย่างรุนแรงได้ และอีกช่วงหนึ่งที่พบได้บ่อย ๆ นั่นก็คือ ช่วงเวลาที่มีการประกาศตัวเลขที่สำคัญทางเศรษฐกิจ

เพราะนักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่ต่างจับจ้องที่จะทำกำไรในช่วงนี้ เมื่อตัวเลขออกมาทันใดนั้น กราฟกระโดดอย่างรุนแรงในทันที หรือแม้กระทั่งในไทม์เฟรมเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นบ่อย ส่วนหนึ่งเกิดจากกราฟประมวลผลไม่ทัน เนื่องจากมีแรงซื้อหรือขายขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิด Gap อย่างที่เห็น

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Gap เช่น เทรดเดอร์ที่ใช้ระบบเทรดระยะกลาง อาจจะเปิดออเดอร์ข้ามสัปดาห์ ในระหว่างเดียวกันในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ได้มีข่าวที่อาจจะส่งผลให้เกิดสงคราม ทำให้เกิดความตื่นกลัวของนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ และเมื่อเช้าวันจันทร์ตลาดเปิด

ทำให้กราฟทองคำที่เปิดออเดอร์ทิ้งไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน กระโดดขึ้นอย่างรุนแรง และแน่นอนว่าการทำ Gap ครั้งนั้น ทำให้กราฟเปลี่ยนแนวโน้มไปในทันที เพราะมุมมองของนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ในตลาด ได้เปลี่ยนทิศทางไปแล้ว และที่สำคัญออเดอร์ที่เทรดเดอร์ถืออยู่นั้น กำลังติดลบเพราะการ กระโดดของกราฟ ได้กระโดดข้าม SL ไปนั่นเอง จึงทำให้ออเดอร์นั้นไม่ถูกตัดขาดทุน ติดลบเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นการเทรดข้ามสัปดาห์ จึงควรระวังให้มาก ๆ เพราะเมื่อมีข่าวที่ส่งผลต่อกราฟอย่างรุนแรง จะเห็นได้ว่าเมื่อตลาดเปิดวันจันทร์ กราฟจะทำ Gap เสมอ เพราะกราฟไม่สามารถประมวลผลได้ทันตามความเปลี่ยนแปลงของออเดอร์ที่มีขนาดใหญ่

การเกิด Gap ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป เพียงเข้าใจ Gap analysis คือ สิ่งที่จะเป็นไอเดีย หรือแนวทางในการวิเคราะห์ว่า การเกิด Gap ในครั้งนั้น เกิดขึ้นเพราะอะไรและอย่างไร เมื่อมีแนวทางเทรดเดอร์ก็จะสามารถแก้ไขปัญหา หรือแก้พอร์ตของเทรดเดอร์เองได้เสมอ หรือจะใช้เพื่อหาจังหวะเข้าเทรดทำกำไร ก็นับว่าเป็นแนวทางการเทรดที่ดีเช่นเดียวกัน