กราฟแท่งเทียน คือ อะไร ทำไมจึงได้รับความนิยมจากเทรดเดอร์ทั่วโลก กราฟแท่งเทียนสามารถบอกอะไรได้บ้าง มีวิธีอ่านอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับกราฟแท่งเทียน เพื่อที่เทรดเดอร์มือใหม่จะสามารถ อ่านได้ วิเคราะห์เป็น และสามารถทำกำไรได้จากการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียน

ความเป็นมาของกราฟแท่งเทียน ในยุคที่ยังไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัย มีพ่อค้าข้าวชาวญี่ปุ่น คือ Mr.Munehisa Homma ได้คิดค้นวิธีบันทึกราคาข้าว เพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ จึงเกิดการบันทึกในรูปแบบของแท่งเทียน และจากการเห็นรูปแบบแท่งเทียนซ้ำ ๆ จึงทำให้สามารถคาดการณ์ราคาข้าวได้อย่างแม่นยำ จึงเกิดเป็นทฤษฎีแท่งเทียน ที่มีนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ใช้ต่อ ๆ มาจนถึงทุกวันนี้

กราฟแท่งเทียน คือ กราฟที่บันทึกการเคลื่อนไหวของราคา

ซึ่งสามารถบอกข้อมูลได้มากกว่ากราฟเส้นราคาปิดเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ เพราะแท่งเทียน 1 แท่ง สามารถบอกได้ทั้ง ราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด ของในช่วงเวลานั้น ๆ ทั้งยังสามารถบอกได้ถึงความแรง โมเมนตัม หรืออารมณ์ของผู้คนในตลาดได้อีกด้วย

ตัวอย่างกราฟแท่งเทียนในปัจจุบัน

กราฟแท่งเทียน

ความหมายของแต่ละส่วนของกราฟแท่งเทียน

  1. ไส้แท่งเทียน แสดงให้เห็นว่าในแต่ละวันหรือชั่วโมง ตามระยะเวลาของแท่งเทียน ราคาได้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ตรงไหน หรือต่ำสุดที่เท่าไร เพื่อที่เทรดเดอร์จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า แนวรับแนวต้านของแต่ละวันหรือชั่วโมงนั้น ๆ อยู่ที่จุดไหน บริเวณไหนที่ควรต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น ปลายไส้แท่งเทียนยาว ๆ แสดงให้เห็นว่าจุดนั้น ราคาได้วิ่งไปสู่จุดที่เป็นต่ำหรือสูงที่สุดในช่วงเวลานั้น และได้มีแรงซื้อหรือแรงขายกลับมาอย่างรวดเร็ว สามารถวิเคราะห์ได้ว่า บริเวณนั้นอาจจะมีแนวรับแนวต้านที่มีนัยสำคัญ หรือมีรายใหญ่กำลังรอซื้อหรือขายอยู่ก็เป็นได้
  2. เนื้อเทียน จะบอกถึงราคาเปิดราคาปิด ถ้าราคาเปิดอยู่สูงกว่าราคาปิดในแท่งเดียวกันนั่นแสดงว่าแรงขายมีมากกว่าแรงซื้อในช่วงเวลานั้น และถ้าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดแสดงว่า มีแรงซื้อมากกว่าราคาขายในช่วงเวลานั้น กรณีมีเนื้อเทียนเต็มแท่งหรือแท่งเทียนยาว ๆ แสดงว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายอย่างชัดเจน หรือจะมองอีนัยหนึ่งนั่นก็คือ กราฟกำลังเป็นเทรน และถ้าแท่งเทียนมีไส้ยาวทั้งสองฝั่งเท่า ๆ กัน เนื้อเทียนมีเพียงเล็กน้อยนั่นแสดงว่า กราฟกำลังเป็นไซต์เวย์หรือแรงซื้อกับแรงขายมีพอ ๆ กัน ยังไม่มีแรงฝั่งไหนมากกว่ากัน ถ้าแท่งเทียนมีไส้ยาวเพียงด้านใดด้านหนึ่งและเนื้อเทียนมีเพียงเล็กน้อย นั่นแสดงว่าแรงซื้อหรือแรงขายอีกฝั่งมีมากกว่า

จะเห็นได้ว่ากราฟแท่งเทียน คือ กราฟที่สามารถบอกข้อมูลได้เยอะมาก เพียงเนื้อเทียนกับไส้เทียนก็สามารถตีความหมายได้หลายอย่าง และสามารถนำข้อมูลการวิเคราะห์แท่งเทียน ไปวิเคราะห์ร่วมกับกลยุทธ์การเทรดในแบบอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทั้งนี้อยู่ที่ประสบการณ์และเทรดเดอร์เลือกนำไปใช้

ข้อควรระวังในการเทรดกราฟแท่งเทียน คือ กราฟแท่งเทียนเป็นการบันทึกการเคลื่อนที่ของราคา ในแต่ละช่วงเวลาเท่านั้น เช่น กราฟ Day 1 แท่ง เท่ากับ 1 วัน และการวิเคราะห์กราฟอยู่ที่กลยุทธ์ในการเทรดของแต่ละคนว่า เทรดสั้น กลาง ยาว ควรเลือกกราฟในทามเฟรมให้เหมาะสม

อีกสิ่งหนึ่งนั่นก็คือ จะต้องรอให้แท่งเทียนปิดจบตามช่วงระยะเวลา และการให้บริการในแต่ละโบรกเกอร์จะมีช่วงเวลาในการปิดจบแท่งเทียนที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น จะวิเคราะห์เพียงกราฟแท่งเทียนอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจในการเข้าเทรด

ควรมีเหตุผลอื่น ๆ เข้ามาประกอบเพื่อสร้างเป็นระบบเทรดที่สมบูรณ์ จึงจะเป็นการเทรดที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากที่สุด และควรให้มองกราฟแท่งเทียนเป็นเพียงกราฟที่ให้ข้อมูลจากการบันทึกราคา ไม่ควรมองกราฟเพราะหวังที่จะให้กราฟเป็นไปตามที่ใจต้องการ

ในการเทรดกราฟแท่งเทียน คือ มีความเชื่อหนึ่งในเรื่องของพฤติกรรม ที่มาจากแรงซื้อหรือแรงขายโดยมนุษย์ และมักจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จึงเกิดเป็นทฤษฎีแท่งเทียน ที่สามารถคาดการณ์ได้แม่นยำถึง 80% สิ่งนี้ก็เกิดจากการสังเกตุรูปแบบแท่งเทียน ของพ่อค้าข้าวชาวญี่ปุ่น บันทึกจนกลายเป็นทฤษฎีสือต่อมา

และหลังจากนั้น กราฟแท่งเทียน คือ จุดเริ่มต้นของการพัฒนาต่อยอด เป็นการวิเคราะห์แท่งเทียนในรูปแบบที่แต่กต่างกันออกไป แต่ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวตนของแท่งเทียนนั่นก็คือ การบันทึกราคาสูง ต่ำ ที่สุดในรอบของเวลาแท่งเทียน และแน่นอนว่า ในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยยังต้องอาศัยการวาดกราฟเพื่อวิเคราะห์ เทรดเดอร์ในยุคก่อนจึงจะเข้าใจพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของราคาเป็นอย่างดี

เพราะการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนในยุคก่อน ไม่ง่ายเหมือนการวิเคราะห์เท่ากับยุคนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทำให้การวิเคราะห์ง่าย แต่ความเข้าใจของเทรดเดอร์ลดน้อยลง ถ้าเทรดเดอร์ต้องการที่จะใช้กราฟแท่งเทียนในการเทรดหรือวิเคราะห์จริง ๆ แล้วละก็ ควรที่จะศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องพฤติกรรมแท่งเทียน ว่ามีการเคลื่อนที่อย่างไร จะช่วยให้เข้าในศาสตร์ของแท่งเทียนมากยิ่งขึ้น