เทรดเดอร์มืออาชีพทุกคน มักจะพูดถึง Money Management อยู่เสมอ ความจริงแล้วมันคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร ไม่ว่าเทรดเดอร์เก่าหรือใหม่ ถ้าไม่เข้าใจสิ่งนี้ แน่นอนว่าคุณจะยังห่างไกลการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีเป็นแน่ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนมี แต่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จทุกคนจะต้องมี

Money Management คืออะไร

ถ้าจะอธิบายกันง่าย ๆ นั่นก็คือ การบริหารจัดการเงินทุนนั่นเอง กฎข้อแรกของการลงทุนนั่นก็คือ จะต้องรักษาเงินทุนไว้ให้ได้ ถ้าไม่สามารถรักษาเงินทุนไว้ได้ จะใช้ทุนที่ไหนไปทำกำไร ดังนั้น ก็รักษาเงินทุนหรือการจัดการกับเงินทุนที่ดีให้มีความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเลี่ยงไม่ได้อย่างยิ่ง

ถ้าอยากเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ มีผลกำไรอย่างต่อเนื่องยาวนาน สามารถเติบโตในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จำเป็นที่จะต้องมีกระบวนการ Money Management เพราะคือหัวใจของการลงทุน อะไรก็ไม่สำคัญเท่าสิ่งนี้ ควรเป็นสิ่งแรกที่เทรดเดอร์ทุกคนคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก ๆ เสมอ

แนวทางการบริการจัดการเงินทุนและความเสี่ยง

  1. รู้จักเงินทุน ก่อนจะลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเงินทุน ไม่ควรที่จะนำเงินที่จำเป็นในส่วนอื่น ๆ มาใช้ในการลงทุน เช่น เงินสำรองของครอบครัว กู้เงินมาลงทุนหวังผลตอบแทนที่สูง เป็นต้น สิ่งนี้จะส่งผลอย่างยิ่งต่อจิตวิทยาการเทรด เพราะถ้าหากเกิดความผิดพลาด อาจจะสร้างความเสียหายต่อเงินทุนได้ ดังนั้น เงินทุนที่เทรดเดอร์จะนำมาลงทุน ต้องเป็นเงินเย็นจริง ๆ นั่นหมายความว่าเป็นเงินที่สามารถฝากไว้ได้นาน เพราะหากเกิดการผิดพลาดก็จะยังมีเวลาในการแก้ไขพอร์ตต่อไป
  2. รู้จักความเสี่ยง ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ไม่ว่าจะลงทุนในรูปแบบไหน เทรดเดอร์ควรระลึกเสมอว่า การลงทุนอาจจะผิดพลาดได้ตลอดเวลา ดังนั้น ก่อนเปิดออเดอร์ควรกำหนดความเสี่ยงที่รับได้ให้ชัดเจน เช่น ยอมเสี่ยงได้ไม่เกิน 1% หรืออย่างมากแนะนำไม่เกิน 3% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
  3. การจัดการพอร์ต การจัดการพอร์ตการลงทุน ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Money Management เช่นเดียวกัน เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคน ไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่พอร์ตการลงทุนเพียงพอร์ตเดียว เพราะถ้าเทรดเดอร์นำเงินทั้งหมดมาฝากไว้ที่พอร์ตเดียว หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นอาจจะสูญเสียเงินทั้งหมดไปเลยก็ได้ ดังนั้น ไข่ควรอยู่หลายตะกร้า แม้ตะกร้าหนึ่งตกแตกเสียหาย ก็จะยังเหลืออีกตะกร้าไว้แก้ตัวใหม่ได้เสมอ
  4. ผลกำไรที่คาดหวัง แน่นอนว่าเทรดเดอร์ทุกคนลงทุนก็หวังกำไร และกำไรเยอะก็จะยิ่งทำให้พอร์ตโตได้เร็ว แต่การที่เราหวังผลกำไรที่มากเกินไปยิ่งจะส่งผลเสียตามมาเสมอ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความโลภซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของความหายนะ เมื่อเทรดเดอร์มีความโลภช่วงที่เทรดได้ก็จะอยากได้เพิ่ม โดยไม่ดูให้ดีก่อนว่าสภาวะตลาดตอนนั้นเป็นอย่างไร ไม่ยอมปิดทำกำไรท้ายที่สุดกลับมาติดลบ หรือการเข้าออเดอร์เพิ่มโดยที่ขาดการจัดการความเสี่ยงและแผนการเทรดที่ดี ดังนั้น ความคาดหวังต่อผลกำไร ไม่ควรคาดหวังมากจนเกินไปโดยกำหนดไว้ตามแผนที่วางไว้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาดได้ไม่มากก็น้อย
  5. ขาดทุนที่ยอมรับได้ ไม่มีใครบนโลกใบนี้อยากที่จะขาดทุน แต่ถ้าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขาดทุนให้เป็น โดยกำหนดว่าคุณสามารถรับได้อยู่ที่เท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่จะสามารถเสียได้ และถ้าหากเกินกว่านั้นจะต้องไม่ยอมนั่งดูพอร์ตติดลบเพิ่มเด็ดขาด จะต้องรีบตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้
Money Management ทำอย่างไร

Money Management คือสิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนจำเป็นต้องมี และต้องรู้ว่าอะไรที่จะส่งผลต่อเงินทุน และหาวิธีบริการจัดการ เพื่อให้เงินทุนปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกฎ 2 ข้อง่าย ๆ ที่อยากแนะนำให้ลองทำไปปรับใช้ มีดังนี้

  1. Risk Reward Ratio กฎในการใช้ง่าย ๆ นั่นก็คือ ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์จะต้องมีโอกาสในการทำกำไรมากกว่าเสมอ เช่น เมื่อเสีย จะเสียอยู่ที่ 100 แต่ถ้าชนะ จะต้องได้ 200-300 ขึ้นไป หรือ 1 ต่อ 2 – 3  เพียงกฎนี้ข้อเดียว ก็สามารถทำให้พอร์ตโตได้ ไม่ควรที่จะเข้าออเดอร์ที่มีโอกาสทำกำไรได้เพียงแค่ 1:1 เพราะถ้าเทรดเดอร์วางระบบให้เข้ากับกฎข้อนี้ แม้อัตราชนะเพียง 50 % ในระยะยาวยังไงก็กำไร
  2. Win rate รักษาให้มากกว่า 50 % แน่นอนว่าการเทรด Forex ผลลัพธ์จะมีเพียงแค่ 2 ทางนั่นก็คือ แพ้หรือชนะ ถ้ามี Win rate มากเกินกว่าครึ่งโดยใช้กฎ Risk Reward Ratio 1:2 ขึ้นไป ในระยะยาวยังไงก็กำไรเสมอ

เพียงเท่านี้ เทรดเดอร์มือใหม่ก็จะกลายเป็นเทรดเดอร์มือโปรได้อย่างง่าย ๆ ถ้าการเทรดเสมือนเกมส์ ก่อนการลงเล่นทุกครั้งควรที่จะมีการวางแผนอยู่ปรับปรุงกลยุทธ์ มีการ Money Management ที่ดี คือการบริการจัดการเงินทุนและความเสี่ยง และอะไรที่จะสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มผลกำไรได้ ก็ควรพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่นานจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

Money Management คืออะไร ถ้าจะอธิบายกันง่าย ๆ นั่นก็คือ การบริหารจัดการเงินทุนนั่นเอง กฎข้อแรกของการลงทุนนั่นก็คือ จะต้องรักษาเงินทุนไว้ให้ได้ ถ้าไม่สามารถรักษาเงินทุนไว้ได้ จะใช้ทุนที่ไหนไปทำกำไร ดังนั้น ก็รักษาเงินทุนหรือการจัดการกับเงินทุนที่ดีให้มีความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและเลี่ยงไม่ได้อย่างยิ่ง

ถ้าอยากเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ มีผลกำไรอย่างต่อเนื่องยาวนาน สามารถเติบโตในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จำเป็นที่จะต้องมีกระบวนการ Money Management เพราะคือหัวใจของการลงทุน อะไรก็ไม่สำคัญเท่าสิ่งนี้ ควรเป็นสิ่งแรกที่เทรดเดอร์ทุกคนคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก ๆ เสมอ

แนวทางการบริการจัดการเงินทุนและความเสี่ยง

Money Management ทำอย่างไร

  1. รู้จักเงินทุน ก่อนจะลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเงินทุน ไม่ควรที่จะนำเงินที่จำเป็นในส่วนอื่น ๆ มาใช้ในการลงทุน เช่น เงินสำรองของครอบครัว กู้เงินมาลงทุนหวังผลตอบแทนที่สูง เป็นต้น สิ่งนี้จะส่งผลอย่างยิ่งต่อจิตวิทยาการเทรด เพราะถ้าหากเกิดความผิดพลาด อาจจะสร้างความเสียหายต่อเงินทุนได้ ดังนั้น เงินทุนที่เทรดเดอร์จะนำมาลงทุน ต้องเป็นเงินเย็นจริง ๆ นั่นหมายความว่าเป็นเงินที่สามารถฝากไว้ได้นาน เพราะหากเกิดการผิดพลาดก็จะยังมีเวลาในการแก้ไขพอร์ตต่อไป
  2. รู้จักความเสี่ยง ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ไม่ว่าจะลงทุนในรูปแบบไหน เทรดเดอร์ควรระลึกเสมอว่า การลงทุนอาจจะผิดพลาดได้ตลอดเวลา ดังนั้น ก่อนเปิดออเดอร์ควรกำหนดความเสี่ยงที่รับได้ให้ชัดเจน เช่น ยอมเสี่ยงได้ไม่เกิน 1% หรืออย่างมากแนะนำไม่เกิน 3% ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
  3. การจัดการพอร์ต การจัดการพอร์ตการลงทุน ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Money Management เช่นเดียวกัน เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคน ไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่พอร์ตการลงทุนเพียงพอร์ตเดียว เพราะถ้าเทรดเดอร์นำเงินทั้งหมดมาฝากไว้ที่พอร์ตเดียว หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นอาจจะสูญเสียเงินทั้งหมดไปเลยก็ได้ ดังนั้น ไข่ควรอยู่หลายตะกร้า แม้ตะกร้าหนึ่งตกแตกเสียหาย ก็จะยังเหลืออีกตะกร้าไว้แก้ตัวใหม่ได้เสมอ
  4. ผลกำไรที่คาดหวัง แน่นอนว่าเทรดเดอร์ทุกคนลงทุนก็หวังกำไร และกำไรเยอะก็จะยิ่งทำให้พอร์ตโตได้เร็ว แต่การที่เราหวังผลกำไรที่มากเกินไปยิ่งจะส่งผลเสียตามมาเสมอ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความโลภซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งของความหายนะ เมื่อเทรดเดอร์มีความโลภช่วงที่เทรดได้ก็จะอยากได้เพิ่ม โดยไม่ดูให้ดีก่อนว่าสภาวะตลาดตอนนั้นเป็นอย่างไร ไม่ยอมปิดทำกำไรท้ายที่สุดกลับมาติดลบ หรือการเข้าออเดอร์เพิ่มโดยที่ขาดการจัดการความเสี่ยงและแผนการเทรดที่ดี ดังนั้น ความคาดหวังต่อผลกำไร ไม่ควรคาดหวังมากจนเกินไปโดยกำหนดไว้ตามแผนที่วางไว้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาดได้ไม่มากก็น้อย
  5. ขาดทุนที่ยอมรับได้ ไม่มีใครบนโลกใบนี้อยากที่จะขาดทุน แต่ถ้าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขาดทุนให้เป็น โดยกำหนดว่าคุณสามารถรับได้อยู่ที่เท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่จะสามารถเสียได้ และถ้าหากเกินกว่านั้นจะต้องไม่ยอมนั่งดูพอร์ตติดลบเพิ่มเด็ดขาด จะต้องรีบตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้

Money Management คือสิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนจำเป็นต้องมี และต้องรู้ว่าอะไรที่จะส่งผลต่อเงินทุน และหาวิธีบริการจัดการ เพื่อให้เงินทุนปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกฎ 2 ข้อง่าย ๆ ที่อยากแนะนำให้ลองทำไปปรับใช้ มีดังนี้

  1. Risk Reward Ratio กฎในการใช้ง่าย ๆ นั่นก็คือ ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์จะต้องมีโอกาสในการทำกำไรมากกว่าเสมอ เช่น เมื่อเสีย จะเสียอยู่ที่ 100 แต่ถ้าชนะ จะต้องได้ 200-300 ขึ้นไป หรือ 1 ต่อ 2 – 3  เพียงกฎนี้ข้อเดียว ก็สามารถทำให้พอร์ตโตได้ ไม่ควรที่จะเข้าออเดอร์ที่มีโอกาสทำกำไรได้เพียงแค่ 1:1 เพราะถ้าเทรดเดอร์วางระบบให้เข้ากับกฎข้อนี้ แม้อัตราชนะเพียง 50 % ในระยะยาวยังไงก็กำไร
  2. Win rate รักษาให้มากกว่า 50 % แน่นอนว่าการเทรด Forex ผลลัพธ์จะมีเพียงแค่ 2 ทางนั่นก็คือ แพ้หรือชนะ ถ้ามี Win rate มากเกินกว่าครึ่งโดยใช้กฎ Risk Reward Ratio 1:2 ขึ้นไป ในระยะยาวยังไงก็กำไรเสมอ

เพียงเท่านี้ เทรดเดอร์มือใหม่ก็จะกลายเป็นเทรดเดอร์มือโปรได้อย่างง่าย ๆ ถ้าการเทรดเสมือนเกมส์ ก่อนการลงเล่นทุกครั้งควรที่จะมีการวางแผนอยู่ปรับปรุงกลยุทธ์ มีการ Money Management ที่ดี คือการบริการจัดการเงินทุนและความเสี่ยง และอะไรที่จะสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มผลกำไรได้ ก็ควรพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่นานจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน